posted on 17 May 2009 14:11 by monoguy in me

ที่มารูปโดยคุณ ejob จาก http://www.liveinbangkok.com/forum/index.php?topic=4962.0
พักหลังมานี่ต้องเช็คเส้นทางจาก Google Map เพื่อเอาไปบอกแท็กซี่บ่อยๆ แม้จะไม่ได้มีข้อมูลด้านการจราจรร่วมด้วย แต่ก็ช่วยให้กำหนดเส้นทางและประมาณค่าโดยสารได้คร่าวๆ แต่ทุกครั้งที่เปิด Google Map แล้วเลือกเส้นทางเสร็จ ก็ต้องมาค้นอัตราค่าโดยสาร แล้วมานั่งคำนวณ วันนี้ว่างจัด ก็ขอเอา javascript เล็กๆ มาแปะไว้ เผื่อจะคำนวณค่าแท็กซี่จากระยะทางได้ง่ายขึ้น
ปล ใช้ข้อมูลอัตราค่าโดยสารที่ประกาศใช้ในปี 2551 จาก http://th.wikipedia.org/wiki/แท็กซี่ โดยไม่รวมค่าเวลาในกรณีที่รถจอดหรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 6 กิโลเมตร/ชั่วโมง มิเตอร์เวลาจะเดิน อัตราค่าโดยสาร 1.50 บาท/นาที
posted on 10 May 2009 02:50 by monoguy in me
ผมเริ่มฟังเพลงลูกทุ่งตั้งแต่ตอนที่เรียน ป.6
ตอนนั้นยังไม่รู้ตัวว่า อีกสิบห้าปีต่อมา ผมจะกลายเป็นคนชอบเพลงลูกทุ่ง แต่ที่ผมต้องฟังเพราะดันไปเลียนแบบหนุ่มหล่อนักเรียนดี ขวัญใจสาวๆ และขวัญใจคุณครู มันเป่าขลุ่ยได้ผมก็ต้องเป่าได้ หนังสือโน๊ตขลุ่ยที่มีขายอยู่ในท้องตลาดในขณะนั้นมีแต่เพลงลูกทุ่ง ผมเลยต้องฟังเพลงลูกทุ่งเพื่อหัดเป่าขลุ่ย แต่ทันทีที่มีคนพูดเยาะเย้ยไอ้หมอนั่นว่ามันเชยที่ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ผมก็เลยปฏิเสธมาโดยตลอด ว่า ผมไม่ได้ชอบเพลงลูกทุ่ง และไม่มีวันจะชอบเพลงลูกทุ่ง
เท้าผมขยับเข้าจังหวะทุกครั้งที่ได้ยินเพลงของฌามา
เวลาผ่านมาแล้วเป็นสิบปี แต่ผมยังคงจำได้เสมอเวลาที่ผม "เผลอ" ขยับเท้าเข้าจังหวะกับเพลงลูกทุ่งที่ฮิตในแต่ละยุค ผมมักจะบอกกับตัวเองว่า "นี่ไม่ใช่ตัวเรา ดนตรีมันคงคล้ายกับเพลงสตริงหรือไม่ก็เพลงสากล" น้องคนหนึ่งเคยถามผมว่า พี่ชอบฟังเพลงแนวไหนครับ ผมรีบตอบโดยไม่ลังเล
ส่วนใหญ่สากลนะ สตริงก็มีบ้าง ลูกทุ่งนิดหน่อย พักหลังพี่ฟังเพลงลูกทุ่งบ่อยขึ้นนะ สงสัยว่า คนเราแก่ตัวลงแล้วจะชอบเพลงลูกทุ่งกันทุกคน
ผมกลับมาทบทวนคำตอบนี้ทันที เปิดเพลงที่มีทั้งหมดฟังแล้วกดดาว(วินโดว์มีเดียเพลเยอร์ รุ่นไหนไม่รู้มันมีให้กด) ตั้งแต่ทุ่มตรงยันหกโมงเช้าของอีกวัน ผลออกมาค่อนข้างชัดเจน ว่า เพลงส่วนใหญ่ที่ได้เรทสูงๆ เป็นเพลงลูกทุ่ง
แฟนเก่าผมไม่ชอบเพลงลูกทุ่ง: "อ้วน! บ้านๆ มากเลย ฟังเพลงลูกทุ่ง" (บ้านๆ ในภาษาใต้ ~ เชย)
กับแฟนแล้วผมเป็นคนเปิดเผย ตัวตนที่แท้จริงของผมไม่เคยต้องปกปิด(ประโยคนี้ขอเหอะ มีไว้เอาตัวรอด) ทุกครั้งที่ได้ยินประโยคแนวนี้ ทำให้ผม "เสียเซ๊ว" เสมอ แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็ร้องเพลงลูกทุ่งให้ผมฟัง และเคยขอร้องให้ผมตัดเพลงลูกทุ่งทำเป็นริงโทนให้เธอ นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผมเริ่มยอมรับว่าเริ่มชอบเพลงลูกทุ่งเข้าแล้ว
โอเคครับ! ผมยอมรับ ผมชอบเพลงลูกทุ่ง
ที่ผมไม่ตอบคุณๆ ว่าผมชอบเพลงแบบไหน เพราะผมไม่ต้องการโกหก ตอนนี้คุณๆ ก็รู้กันแล้วนะ ว่า ผมชอบเพลงลูกทุ่ง กรุณาหยุดล้อว่าผมเชยได้แล้ว ผมขอโทษที่เคยให้ทฤษฎีไว้ว่า "คนเราแก่ตัวลงแล้วจะชอบเพลงลูกทุ่งกันทุกคน" ผมเองต่างหากที่ชอบเพลงลูกทุ่งมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยยอมรับเอง โอเคครับ! ผมยอมรับ ผมชอบเพลงลูกทุ่ง
เอนทรี่นี้คิดซะว่าเขียนทิ้งเขียนขว้างก็แล้วกัน หรือไม่ก็อุทิศให้คนที่ชอบล้อว่าผมเชย ว่าแล้วก็
...ฉันมาแย่งแฟนคนอื่น และไม่คิดส่งคืนกลับไป รับฟังด้วยความเต็มใจ หากว่าใครเขาอยากประณาม... ...ฉันมารับแฟนคนอื่น คนที่เขาปล่อยยืนตากฝน...
เอ้าแฟนเพลงลูกทุ่งทั้งหลายตอบได้มั้ยว่าเพลงอะไรว่าแต่เพลงนี้เพลงลูกทุ่งรึปล่าวเนี่ย
posted on 29 Apr 2009 11:10 by monoguy in me
เรื่องนี้มีตอนแรกด้วยนะครับ
จากบอลลูนแห้งๆ กองอยู่กับพื้น เริ่มด้วยการกางบอลลูนออกบนพื้นแล้วเตรียมพัดลมตัวใหญ่ๆ มาเป่าลมให้บอลลูน รอให้น้องบอลลูนอ้วนขึ้นจนได้ประมาณครึ่งลูกก็จะมีการเป่าลมร้อนให้น้องบอลลูนเป็นระยะๆ เพื่อให้น้องบอลลูนมีแรงยกตัว ดึงตัวเองสูงขึ้นและมีพื้นที่ให้กับส่วนที่เหลือของบอลลูนได้รับลมเข้ามาเพิ่ม เมื่อบอลลูนอ้วนเต็มที่ ก็ปล่อยลมร้อนเข้าไปมากขึ้นๆ และแล้วน้องบอลลูนก็ลอยขึ้นมาโยกไปโยกมาพักใหญ่ จึงตั้งตรงได้
ในงานมีการเป่าน้องบอลลูนทั้งหมด 3 ลูก แต่ไม่มีการปล่อยให้น้องบอลลูนลอยขึ้นจากพื้น ระหว่างนั้นก็มีการเสี่ยงโชคโดยการให้ผู้มาเที่ยวงานได้เขียนชื่อ + เบอร์โทรฯ ตนเองใส่ในกระดาษเพื่อมาเสี่ยงกันว่าใครจะมีสิทธิ์ได้ขึ้นไปกับน้องบอลลูนในวันรุ่งขึ้น ผมเองต้องเดินทางเช้าวันรุ่งขึ้นแต่ก็ไม่วายที่จะส่งชื่อเผื่อฟลุก สำหรับสาวๆ แนะนำให้หย่อนลงไปในปี๊บเก็บสลากพร้อมเขย่า ป้องกันพี่เจ้าหน้าที่หัวงูจับขึ้นมาเม็มเก็บไว้ ผมแอบส่งไปสี่ครั้ง และครั้งที่ 5 ก็เป็นเรื่องจนได้ เมื่อพิธีกรบนเวทีพูดว่า น้องบอลลูนสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 200 กิโลกรัม และผมกำลังหย่อนชื่อตนเองลงในปี๊บพอดี เจ้าหน้าที่คนนึงแซวเป็นภาษาใต้สำเนียงระนองว่า "น้องๆ ถ้าน้องได้ขึ้น น้องต้องขับบอลลูนเองนะ เพราะน้องคงขึ้นได้คนเดียว" คนแถวนั้นขำกันยกใหญ่ ผมเลยอดหย่อนเพิ่มอีก เพราะคนแถวๆ นั้นคงจำได้ซะแล้ว
ก่อนกลับผมแวะถ่ายรูปฝูงน้องไดโนยามค่ำคืนเป็นรูปสุดท้าย น่าเสียดายที่พรุ่งนี้เช้าผมต้องเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เสียแล้ว คงอดนั่งบอลลูนแน่ๆ