ที่มารูปโดยคุณ ejob จาก http://www.liveinbangkok.com/forum/index.php?topic=4962.0

พักหลังมานี่ต้องเช็คเส้นทางจาก Google Map เพื่อเอาไปบอกแท็กซี่บ่อยๆ แม้จะไม่ได้มีข้อมูลด้านการจราจรร่วมด้วย แต่ก็ช่วยให้กำหนดเส้นทางและประมาณค่าโดยสารได้คร่าวๆ แต่ทุกครั้งที่เปิด Google Map แล้วเลือกเส้นทางเสร็จ ก็ต้องมาค้นอัตราค่าโดยสาร แล้วมานั่งคำนวณ  วันนี้ว่างจัด ก็ขอเอา javascript เล็กๆ มาแปะไว้ เผื่อจะคำนวณค่าแท็กซี่จากระยะทางได้ง่ายขึ้น  ปรับปรุงใหม่ครับ เอาไปวางไว้บน Google Appengine เข้าชมกันได้ที่ http://bkktaximeter.appspot.com

ปล ใช้ข้อมูลอัตราค่าโดยสารที่ประกาศใช้ในปี 2551 จาก  http://th.wikipedia.org/wiki/แท็กซี่ โดยมิเตอร์เวลาจะเดินในกรณีที่รถจอดหรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 6 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราค่าเวลา 1.50 บาท/นาทีคิดตามเวลาจริง ณ ขณะนั้นๆ และปัดลงไปเป็นเลขคู่ที่อยู่ถัดลงมา ยกเว้นเป็นเลขคู่อยู่แล้วครับ เช่น 5 นาที คำนวณค่าเวลาได้ 5x1.50 = 7.50 บาท ปัดลงไปเป็น 6 บาทครับ

เรื่องนี้มีตอนแรกด้วยนะครับ

จากบอลลูนแห้งๆ กองอยู่กับพื้น เริ่มด้วยการกางบอลลูนออกบนพื้นแล้วเตรียมพัดลมตัวใหญ่ๆ มาเป่าลมให้บอลลูน รอให้น้องบอลลูนอ้วนขึ้นจนได้ประมาณครึ่งลูกก็จะมีการเป่าลมร้อนให้น้องบอลลูนเป็นระยะๆ เพื่อให้น้องบอลลูนมีแรงยกตัว ดึงตัวเองสูงขึ้นและมีพื้นที่ให้กับส่วนที่เหลือของบอลลูนได้รับลมเข้ามาเพิ่ม เมื่อบอลลูนอ้วนเต็มที่ ก็ปล่อยลมร้อนเข้าไปมากขึ้นๆ และแล้วน้องบอลลูนก็ลอยขึ้นมาโยกไปโยกมาพักใหญ่ จึงตั้งตรงได้ 

ในงานมีการเป่าน้องบอลลูนทั้งหมด 3 ลูก แต่ไม่มีการปล่อยให้น้องบอลลูนลอยขึ้นจากพื้น ระหว่างนั้นก็มีการเสี่ยงโชคโดยการให้ผู้มาเที่ยวงานได้เขียนชื่อ + เบอร์โทรฯ ตนเองใส่ในกระดาษเพื่อมาเสี่ยงกันว่าใครจะมีสิทธิ์ได้ขึ้นไปกับน้องบอลลูนในวันรุ่งขึ้น ผมเองต้องเดินทางเช้าวันรุ่งขึ้นแต่ก็ไม่วายที่จะส่งชื่อเผื่อฟลุก สำหรับสาวๆ แนะนำให้หย่อนลงไปในปี๊บเก็บสลากพร้อมเขย่า ป้องกันพี่เจ้าหน้าที่หัวงูจับขึ้นมาเม็มเก็บไว้  ผมแอบส่งไปสี่ครั้ง และครั้งที่ 5 ก็เป็นเรื่องจนได้ เมื่อพิธีกรบนเวทีพูดว่า น้องบอลลูนสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 200 กิโลกรัม และผมกำลังหย่อนชื่อตนเองลงในปี๊บพอดี เจ้าหน้าที่คนนึงแซวเป็นภาษาใต้สำเนียงระนองว่า "น้องๆ ถ้าน้องได้ขึ้น น้องต้องขับบอลลูนเองนะ เพราะน้องคงขึ้นได้คนเดียว" คนแถวนั้นขำกันยกใหญ่ ผมเลยอดหย่อนเพิ่มอีก เพราะคนแถวๆ นั้นคงจำได้ซะแล้ว

 

ก่อนกลับผมแวะถ่ายรูปฝูงน้องไดโนยามค่ำคืนเป็นรูปสุดท้าย น่าเสียดายที่พรุ่งนี้เช้าผมต้องเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เสียแล้ว คงอดนั่งบอลลูนแน่ๆ

ผมออกเดินทางตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมงครึ่ง นั่งรถสองแถวที่ประกอบด้วยไม้เป็นโครงสร้างหล้ก หลังลงจากรถก็เจอป้ายโฆษณางานบอลลูนอย่างที่เห็น ดูไม่อลังการเท่าไหร่ แต่ก็หวังลึกๆ ว่า จะได้เห็นบอลลูนลูกใหญ่ๆ ลอยขึ้นจากพื้นต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งแรก  แต่โอ้แม่เจ้า สงสัยงานนี้จะไม่ใช่งานเล็กๆ เสียแล้ว เพราะมีฝูงตุ๊กตุ่นตุ๊กตาไดโนเสาร์น่ารักๆ ยืนตระหง่านเต็มลานหญ้าไปหมดเลย

ไอผมที่ไม่เคยมางานบอลลูนมาก่อน ก็นึกว่า เอาล่ะ วันนี้เราจะได้เห็นบอลลูนไดโนลอยเต็มน่านฟ้าเหนือเขาหัวล้าน(ที่นี่เค้าเรียกกันแบบนี้) หลังจากสำรวจฝูงไดโนเสาร์ได้พักใหญ่ก็แอบได้ยินพี่ยามคนนึงเล่าให้กับผู้มาเที่ยวงานฟังอย่างออกรสชาติว่า "โถๆๆๆ ลุงป้าน้าอา คงมากันเสียชาติเกิดเสียแล้วล่ะ เมื่อเช้าเค้าเอาบอลลูนขึ้นแล้วรอบนึง แต่ลมมันแรง เค้าก็เลยไม่กล้าเอาขึ้นอีก" ผมตระหนักว่าบอลลูนที่ว่ามันคงไม่ใช่ฝูงไดโนซะแล้ว แถมยังอดเห็นบอลลูนของจริงอีก เฮ่อ โทรไปบอกแม่ไม่ต้องมารับดีกว่า เดี๋ยวเดินเล่นแป๊บนึงแล้วกลับเองเลยละกัน
ผมเลยเดินลอยชาย ระลึกความหลังเก่าๆ ที่เคยมี(กะเค้าเหมือนกัน)บนเขาหญ้า เลยเก็บรูปหญ้าที่ทำให้ภูเขาแถวนี้ได้รับฉายาว่าภูเขาหญ้ามาให้ดูกันด้วย 

เมื่อผมวัยกระเตาะ ภูเขาแถวนีเต็มไปด้วยหญ้าแบบนี้สูงแทบท่วมหัว  ถ้าคุณขึ้นไปยืนบนยอดเขา แล้วมองลงมา จะเห็นคลื่นหญ้าปลิวตามแรงลมแล้วรู้สึกว่ามันต้องนุ่มน่าดู ผมเคยเผลอคิดแบบนั้นแล้วกลิ้งลงมาจากภูเขาแถวนี้มาแล้ว เจอก้อนหินดินทรายเป็นแผลเต็มตัวไปหมด

เมื่อเบื่อการจินตนาการเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอ ผมก็เดินกลับเข้ามาในงานอีกครั้ง  คราวนี้ผมสังเกตเห็นสวนหย่อมที่มีกาหยู(มะม่วงหิมพานต์) 3 ลูกใหญ่ๆ รู้สึกว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อได้ตรงไปตรงมาดีว่า ที่นี่ เรามีกาหยูนะ :) 

เลยจากฝูงน้องไดโนมาหน่อยก็มีการเล่นว่าว (ของจริงจ้า อย่าคิดลึก) สังเกตพี่เสื้อดำดีๆ พี่แกกำลังโดนว่าวฉุดกระชากลากถู เลยต้องอาศัยพี่อีกคนลากเอวไว้อีกแรง สิบนาทีต่อมา เริ่มมีความเคลื่อนไหวบริเวณที่มีบอลลูนจริงวางอยู่ ผมเลยเดินตามหลังพี่เสื้อขาวมาตามคำชวน

สำหรับคนที่ไม่เคยแวะมาเที่ยวระนอง อาจเข้าใจผิดได้ว่า "หงาว" เป็นเสียงร้องของน้องเหมียว แท้จริงแล้วเป็นชื่อตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองจังหวัดระนอง และเป็นที่ตั้งของภูเขาหญ้านี่เอง ไว้มาลุ้นกันว่า ผมจะได้เห็นบอลลูนกันรึป่าวในตอนหน้านะครับ